รีวิวเครื่องฟอกอากาศ Mi Air Purifier 3H เนื่องด้วยผมได้ Work From Home มาเป็นระยะเวลากว่า 7 เดือน ทำให้ต้องใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่แต่ในที่พัก วันละเกือบ 24 ชั่วโมง จึงมีความรู้สึกว่าอากาศในห้องถ่ายเถไม่ค่อยสะดวกเหมือนกับบ้าน ที่เป็นอสังหาทรัพย์ในแนวราบเท่าไหร่หนัก ผมเลยมีอาการไอจามค่อนข้างบ่อย ตื่นมามีอาการเจ็บคอ ตอนแรกที่เจ็บคอคิดว่าอาจะเป็นเพราะสูบบุหรี่บ่อย แต่พอเลิกสูบบุหรี่อาการกลับไม่ดีขึ้นเลย เลยต้องคิดหาวิธีการหรืออุปกรณ์ที่จะมาช่วยฟอกอากาศให้สะอาดขึ้น ไหนๆอย่างน้อยผมก็ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอกไม่ได้ก็ขอใช้เงินซื้ออากาศบริสุทธิ์ในห้องเราแล้วกัน ผมเลยตัดสินใจสั่งเครื่องฟอกอากาศ Mi Air Purifier 3H จากแบรนด์ Mi มาดู โดยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนที่ไม่เคยใช้เครื่องฟอกอากาศมาก่อนเลยในชีวิต เลยไม่รู้ว่ามันจะสามารถช่วยในเรื่องของสุขภาพได้จริงๆหรือ ในบทความนี้ผมจะมาอธิบายกันว่าทำไมเราควรมีเครื่องฟอกอากาศติดบ้านทุกครัวเรือนครับ

ทำไมต้องใช้เครื่องฟอกอากาศ

ในปัจจุบันประเทศไทยและบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีมลพิษทางอากาศที่ค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็น ปัญหารถติดที่กรุงเทพมหานคร, ปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้นในภาคเหนือ และ อินโดเผาป่าจนเกิดมลพิษทางอากาศให้กับประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ ทำให้ในแต่ละวันที่เราใช้ชีวิตนั้นจะต้องหายใจเอาอากาศที่เป็นพิษเข้าไปในร่างกาย หลายคนอาจเกิดอาการภูมิแพ้ และอาจส่งผลต่อสุขภาพของเราได้ในระยะยาว ผมจึงคิดว่าในช่วงที่เราใช้ชีวิตอยู่ในบ้าน เราก็ควรจะรักษาสุขภาพของเราโดยการหายใจรับอากาศที่สะอาดเข้ามาบ้าง เพื่อให้ร่างกายเราได้พักผ่อนจากการสูดดมมลพิษเข้าไปเป็นระยะเวลานาน ผมเลยคิดว่าเครื่องฟอกอากาศเป็นอะไรที่ตอบโจทย์มากที่สุด

ข้อดีของเครื่องฟอกอากาศ

เครื่องฟอกอากาศไม่เพียงแต่ช่วยฟอกอากาศที่อยู่ในห้องของเราให้สะอาดเท่านั้น เครื่องฟอกอากาศยังช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หรือทำความสะอาดด้วยตัวเองได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น กลิ่นไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากการประกอบอาหาร, สารก่อภูมิแพ้จากละอองเกสร, ก๊าซอันตรายจากเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน หรือแบคทีเรียที่ลอยอยู่บนอากาศ เป็นต้น

เครื่องฟอกอากาศเหมาะกับบ้านที่มีเด็กอ่อนหรือคนที่เป็นภูมิแพ้ง่าย เพราะเครื่องฟอกอากาศจะช่วยให้คนในบ้านหายใจรับอากาศที่บริสุทธิ์เข้าไป ทำให้เกิดภูมิแพ้หรือเป็นหวัดได้ยากขึ้นกว่าเดิม บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงก็เหมาะเช่นกัน เพราะเจ้าของสัตว์เลี้ยงหลายคนอาจทำกิจกรรมกับสัตว์เลี้ยงในบ้านหลายอย่างและอาจมีความกังวลเรื่องแบคทีเรีย เครื่องฟอกอากาศก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่มาลดความกังวลตรงนี้

เหตุผลที่เลือก Mi Air Purifier 3H

ทำไมถึงเลือกซื้อ Mi Air Purifier 3H แทนที่จะเป็นเครื่องฟอกอากาศตัวอื่นในตลาด เพราะเครื่องฟอกอากาศหลายตัวในตลาด ทำได้ดีกว่า Mi แถมราคายังถูกกว่าด้วย ซึ่งผมได้ทำการสรุปเป็นรายหัวข้อมาให้ผู้อ่านพิจารณา โดยหวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สำหรับใช้ในการตัดสินใจได้ครับ

เครื่องฟอกอากาศที่ปรับโหมดได้หลากหลาย

  • โหมดการนอน ตัวเครื่องจะทำงานเงียบ ไม่มีเสียง เพื่อไม่เป็นการรบกวนช่วงเวลาการนอน
  • โหมดอัตโนมัติ ตัวเครื่องจะทำการปรับโหมดโดยอัติโนมัติ หากมีอากาศที่เป็นมลพิษ ตัวเครื่องจะทำงานเสียงค่อนข้างดัง แต่เมื่ออากาศโดยรอบกลับมาปกติแล้ว ตัวเครื่องจะทำงานเงียบเหมือนเดิม
  • แมนนวล สามารถปรับระดับการทำงานได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน แต่ยิ่งสูงเท่าไหร่ ตัวเครื่องยิ่งมีเสียงดังเท่านั้น อาจจะต้องระมัดระวังในการปรับดีๆ หากผู้ใช้งานต้องการให้ห้องเงียบ
Mi Air Purifier 3H

ดีไซน์และความสวยงาม

ส่วนตัวผมเป็นคนที่ชอบงานออกแบบของแบรนด์ Mi อยู่แล้ว การออกแบบเน้นไปที่ความเรียบง่าย สามารถวางไว้ตรงมุมไหนของบ้านก็ดูเข้ากันไปหมด อีกทั้งเฟอร์นิเจอร์ของห้องผมล้วนเป็นสีขาว จึงคิดว่า Mi Air Purifier 3H สามารถเข้ากับการตกแต่งห้องของผมอีกด้วย

Mi Air Purifier 3H
Mi Air Purifier 3H

สามารถควบคุมทุกอย่างผ่าน Mi Home

ด้วยความที่เป็น Mi ผลิตภัณฑ์เกือบทุกตัวสามารถเชื่อมต่อกับแอพบนสมาร์ทโฟนของเราได้จึงทำให้เราสามารถเราสามารถควบคุมเครื่องฟอกอากาศของเราได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การตั้งเวลาเปิด-ปิด การปรับโหมด เป็นต้น ไม่เพียงแค่นั้น ตัวเครื่องฟอกอากาศยังมี indicator ที่สามารถวัดอุณหภูมิ, ความชื้น และค่า PM2.5 ได้ จึงทำให้เราสามารถตรวจสอบค่าเหล่านี้ผ่านตัวแอพได้โดยตรง ตัวแอพยังสามารถที่จะบอกความเสื่อมของแผ่นกรองอากาศได้ว่า สามารถใช้ถึงวันไหน ควรจะเปลี่ยนเมื่อไหร่อีกด้วย

ราคา

ผู้เขียนได้ตัวเครื่องมาในราคา 450 MYR หรือคิดเป็นเงินไทยตกประมาณ 3 พันกว่าบาท ซึ่งคิดดูแล้วเงินจำนวนนี้แลกกับสุขภาพที่ดีขึ้นของคนในบ้านทั้งในระยะสั้นและระยะยาวก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าไม่น้อย เพราะในเรื่องของการดูแลรักษา เครื่องฟอกอากาศจะต้องทำการซื้อแผ่นกรองใหม่ราคาประมาณไม่เกิน 1 พันบาท ในระยะเวลา 3-4 เดือนต่อครั้ง ก็ถือว่าไม่มากจนเกินไป

ทางผมหวังว่าทางผู้อ่านจะนำข้อมูลของผมมาใช้ประโยชน์ในการประกอบการตัดสินซื้อที่ฟอกอากาศติดบ้านสักอื่นหนึ่งไม่มากก็น้อย เพื่อที่จะสร้างสุขภาพที่ดีให้กับคนในบ้านที่เรารักกันครับ บทความนี้ไม่ได้เป็นบทความที่อวย ทางผู้อ่านสามารถใช้วิจารณญาณเพื่อประกอบการตัดสินใจได้ครับ